วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551

หมูแข้งทอง

หลังจากหามานานในที่สุดก็เจอเพลง "หมูแข้งทอง" ที่ http://www.oknation.net/blog/pookcl/2007/12/02/entry-2
แร็พไทยสมัยโบราณเลยนะเนี่ย


วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เก็บตก roland garros

roland garros (tennis french open) พึ่งจบไป หลายคนอาจจะเคยสังเกตุเห็นป้ายโฆษณาที่ติดอยู่ริมสนาม บางอย่างก็เป็นยี่ห้อที่รู้จักกันดี เช่น IBM, Adidas, Lacoste บางอย่างก็อาจจะเคยได้ยิน อย่าง Longines (นาฬิกา), Perrier (น้ำดื่ม) และบางอย่างคนที่ไม่อยู่ในฝรั่งเศสอาจจะอยากรู้ว่าคืออะไรก็มี
BNP PARISBAS - ธนาคาร
Europe 1 - สถานีวิทยุ
Afflelou - ร้านแว่น

วันก่อนดู match ระหว่าง roger federer กับ gael monfils แล้วรู้สึกรำคาญคนพากษ์ไทยเล็กน้อย คือชื่อ monfils น่ะต้องออกเสียงว่า มองฟิซ แต่คนพากษ์อ่านว่า มองฟิล จริงๆที่รำคาญเพราะว่าเสียงกรรมการในสนามก็บอกอยู่ว่า มองฟิซๆๆๆ ทำไมคนที่พากษ์ไม่ฟังเลย? เดาว่าคงจะเป็นคนที่เคยได้ยินมาว่าภาษาฝรั่งเศสโดยปกติแล้วจะไม่ออกเสียงพยัญชนะท้าย แต่อันนี้เป็นข้อยกเว้นเราออกเสียง fils ที่นี่ว่า ฟิซ แปลว่าลูกชาย เพื่อแยกความแตกต่างกับคำว่า fils ที่เป็นพหูพจน์ของ fil ที่แปลว่าเส้นด้าย

วันถัดมาก็เจออีกเสียงผู้ประกาศในสนามพูดถึงถ้วย suzanne langlen ว่า ซูซาน ลองเกล็น แต่คนพากษ์ก็ยัง ซูซาน ลองกล็อง อันนี้แปลกดีเพราะซูซานเป็นนักเทนนิสฝรั่งเศสจริงแต่ไม่รู้ทำไมชือเขาออกเสียงกันแบบอังกฤษ จริงๆแล้วที่รำคาญเพราะไม่รู้ว่าทำไมคนพากษ์ไม่ฟังการออกเสียงในสนาม? ถ้าหัดฟังซักนิดก็จะทำให้งานที่ออกมาดีขึ้นอีกเยอะ

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551

memo ญี่ปุ่น

  1. แปลกใจที่คนญี่ปุ่นเกือบทุกคนที่ผมถามทางพยายามช่วยถึงแม้ว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย บางคนก็ไม่รู้ทางแต่ก็ยังช่วยไปถามทางคนอื่นให้ด้วย ใจดีจัง
  2. คนขับ taxi สันดานเดียวกับที่เมืองไทย นั่งไปใกล้ๆก็บ่น ไม่รู้ว่าเขามีกฏหมายบังคับว่าต้องไปส่งแบบเดียวกับเราหรือเปล่า
  3. เดินทางด้วย JR pass ง่ายดีเดินไปขึ้นคันไหนก็ได้แค่ดูที่เขาเขียนว่า non-reserved เท่านั้น ถ้าไปเป็นกลุ่มอาจจะต้องจองถึงจะได้นั่นด้วยกัน
  4. บนชินคันเซ็นมีปลั๊กไว้ชาร์จกล้องได้ด้วย
  5. ที่เที่ยวส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นต้องเสียค่าเข้าชมทั้งนั้น แถมต้องดูเวลาปิดเปิดให้ดีด้วย บางที่ 4 โมงครึ่งก็ปิดแล้วขี้เกียจจัง
  6. ตอนเช้าร้านต่างๆก็เปิดกันช้า (ประมาณ 8 โมง) ยกเว้นร้านตามสถานีรถไฟ
  7. กาแฟห่วย
  8. เด็กก็ไปโรงเรียนกันช้า 8 โมงกว่ายังเห็นเดินกันอยู่เลย แถมรู้สึกว่าเลิกกันเร็วด้วย หรือว่าคนไทยเรียนกันมากไปก็ไม่รู้
  9. พึ่งรู้ว่า kodak ไม่ใช่ของญี่ปุ่น ตอนแรกไม่รู้เลยไปเดินหา booth ของ kodak ในร้าน yodobashi ตั้งนาน
  10. ยังเจอคนใช้กล้อง film อยู่เยอะเหมือนกัน แต่ส่วนมากเป็นกล้อง fuji แบบถ่ายแล้วทิ้ง
  11. เราสามารถเช่ามือถือไว้ใช้ที่ญี่ปุ่นได้จาก soft bank คล้ายๆ ais หรือ true ของไทย
  12. เท่าที่เห็นคนญี่ปุ่นใช้มือถือส่วนใหญแบบฝาพับ ไม่ค่อยสวย แต่เล่น web ได้ด้ว
  13. เจอ 7/11 กับ familly mart ด้วย
  14. รถเมล์ในหลายที่ๆเจอเวลาเราขึ้นให้ดึงบัตรมาจะมีหมายเลขอยู่ ตอนลงก็ดูที่ board หน้ารถว่าหมายเลขของเราต้องจ่ายเท่าไร ถ้าไม่มีเหรียญมีที่แลกแบงค์เป็นเหรียญบนรถด้วย
  15. เวลาซื้อตั๋วรถไฟเราต้องใส่เงินก่อนถึงจะมีราคาค่าตั๋วมาให้ดู ให้เลือกราคาที่ตรงกับการเดินทางของเรา อันนี้ต้องดูแผนที่ข้างๆประกอบ แปลกดีทำไมทำแบบนี้ไม่รู้พิลึก
  16. ต้องกะเวลาดีๆเวลาไปเที่ยว เช่นสะพาน kintaikyo เวลาดูในหนังสือนำเที่ยวจะบอกว่าอยู่ใกล้ฮิโรชิม่า แต่จริงๆแล้วมันอยู่เมืองอื่นที่ต้องนั่งรถไฟไปอีก ~40 นาที แถมยังต้องต่อรถเมล์อีก ~20 นาที แถมอาจจะต้องบวกเวลารอรถอีก เพราะฉะนั้นต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย
  17. คนญี่ปุ่นเองก็มีที่ทิ้งขยะไม่เลือกที่ ขากถุยน้ำลาย ข้ามถนนไม่รอสัญญานไฟ etc.
  18. ของกินแบบเส้นดูแล้ว ramen คุ้มสุด, soba ไม่มีอะไรเลย, udon เค็ม
  19. ที่ osaka aquarium เจอหนังสือแจกภาษาไทยด้วย
  20. เที่ยวคราวหน้าต้องเผื่อค่า coin locker สำหรับฝากกระเป๋าด้วย สะดวกดีเหมือนกัน
  21. ถนนในหลายเมืองยังมีเสาไฟฟ้าแบบเมืองไทยเหมือนกัน แต่สายรกน้อยกว่า
  22. ถนนหลายที่ไม่มีฟุตบาธให้คนเดิน